เจาะลึกเรื่องตู้อบดิน (Hot Oven) สำหรับงานทดสอบวัสดุ

เจาะลึกเรื่อง ตู้อบดิน (Hot Oven) สำหรับงานทดสอบวัสดุ


1. ตู้อบดิน (Hot Oven) คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรในงานวิศวกรรม?

ตู้อบดิน (Hot Oven) / ตู้อบความร้อน (Electric Oven) คือเครื่องมือที่ใช้ในการให้ความร้อนเพื่อกำจัดความชื้นออกจากตัวอย่างดิน หรือวัสดุก่อสร้างอื่นๆ

ในงานวิศวกรรมโยธา การทราบค่า ความชื้นในดิน (Moisture Content) มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะส่งผลโดยตรงต่อการหาค่าความหนาแน่นของดิน (Compaction Test) และการทดสอบหาขีดจำกัดของดิน (Atterberg Limits) เพื่อนำไปคำนวณการรับน้ำหนักของชั้นดินในการก่อสร้าง


 

2. ทำไมต้องใช้ตู้อบความร้อน แทนการตากแดดหรือการเผา?

การทดสอบดินตามมาตรฐานสากล เช่น ASTM D2216 หรือ AASHTO T265 กำหนดให้ต้องมีการควบคุมอุณหภูมิที่คงที่ (โดยปกติคือ 110±5 °C)

  • การควบคุมอุณหภูมิ: ตู้อบไฟฟ้าสามารถรักษาอุณหภูมิให้คงที่ตลอด 16-24 ชั่วโมง

  • ความสม่ำเสมอ: ระบบหมุนเวียนอากาศ (Convection) ช่วยให้ความร้อนกระจายทั่วถึงทุกจุดในตู้

  • ความแม่นยำ: ป้องกันไม่ให้อุณหภูมิสูงเกินไปจนทำลายโครงสร้างทางเคมีของดิน (Organic Matter) ซึ่งการตากแดดหรือเผาไม่สามารถทำได้



3. คุณสมบัติเด่นของตู้อบดินที่ควรพิจารณามีอะไรบ้าง?

สำหรับการเลือกซื้อตู้อบ มีจุดเด่นสำคัญดังนี้:

  • โครงสร้างทนทาน: ภายในทำจาก Stainless Steel คุณภาพสูง ทนต่อการกัดกร่อนและความร้อนสะสมได้ดี

  • ระบบควบคุมแม่นยำ: หน้าจอแสดงผลแบบ Digital PID Controller ปรับตั้งอุณหภูมิได้ละเอียดและมีความคลาดเคลื่อนต่ำ

  • ระบบหมุนเวียนอากาศ: มีพัดลมช่วยกระจายลมร้อน (Forced Air Convection) ทำให้ตัวอย่างแห้งเร็วและสม่ำเสมอ

  • ความปลอดภัย: มีระบบป้องกันอุณหภูมิเกิน (Over-temperature protection) เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานต่อเนื่องนานๆ


 

4. ตู้อบมีขนาดกี่ลิตร และควรเลือกขนาดไหนดี?

ขนาดของตู้ (Capacity) ขึ้นอยู่กับปริมาณตัวอย่างที่ต้องทดสอบในแต่ละวัน โดยรุ่นยอดนิยมมีดังนี้:

ขนาดความจุ (Litre)

ลักษณะการใช้งานที่เหมาะสม

43 - 71 ลิตร

เหมาะสำหรับห้องแล็บขนาดเล็ก หรือใช้ทดสอบ Atterberg Limits

136 ลิตร

ขนาดมาตรฐานสำหรับงานโยธาทั่วไป รับตัวอย่างได้หลากหลาย

225 ลิตร

เหมาะสำหรับโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ต้องอบ Soil Base หรือ Aggregate ปริมาณมาก


 

5. วิธีการดูแลรักษาตู้อบให้ใช้งานได้ยาวนาน?

เพื่อให้เครื่องมือมีอายุการใช้งานยาวนานและให้ผลการทดสอบที่แม่นยำ ควรปฏิบัติดังนี้:

  1. ทำความสะอาดภายใน: เช็ดเศษดินหรือคราบต่างๆ ออกหลังการใช้งานเมื่อเครื่องเย็นลงแล้ว

  2. ตรวจสอบขอบยางประตู: ตรวจเช็คว่าปิดสนิทหรือไม่ เพื่อป้องกันการสูญเสียความร้อน

  3. การปรับเทียบ (Calibration): ควรส่งเครื่องตรวจเช็คค่าความถูกต้องของอุณหภูมิอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

  4. ตำแหน่งที่ตั้ง: ควรวางในที่อากาศถ่ายเทสะดวก และห่างจากผนังอย่างน้อย 10-15 ซม.

 

Tips: หากต้องการอบตัวอย่างดินที่มีอินทรียวัตถุสูง ควรปรับอุณหภูมิลงมาที่ประมาณ 60 °C เพื่อป้องกันไม่ให้อินทรียวัตถุไหม้ ซึ่งจะทำให้ค่าน้ำหนักที่ได้ผิดเพี้ยนไป

 



สรุป: การเลือกซื้อตู้อบดินให้คุ้มค่า

การเลือกตู้อบดินควรพิจารณาจาก มาตรฐานการทดสอบที่ใช้ เป็นหลัก ตามด้วย ขนาดความจุ ที่สอดคล้องกับหน้างาน และที่สำคัญที่สุดคือ บริการหลังการขายและการรับประกัน จากผู้เชี่ยวชาญอย่าง CST Instruments (Thailand) ที่มีประสบการณ์ด้านเครื่องมือทดสอบดินมาอย่างยาวนาน



ในงานสำรวจ ควรสื่อสารกับผู้ว่าจ้างเพื่อเข้าใจเกณฑ์งานที่ต้องการ
ปรึกษาหรือสอบถามเพิ่มเติม ติดต่อเรา